บ้านศิลปินฟังชื่อทีแรกแล้วเหมือนจะเป็นแกลเลอรี่ติสต์ ๆ ที่เหมาะจะไปเสพงานศิลป์ แต่ที่จริงแล้วการมาที่บ้านศิลปินเหมือนแวะมาบ้านไม้ริมคลองของเพื่อน เพราะจะเกลือกกลิ้ง นั่งเล่น อ่านหนังสือ จิบกาแฟ เอางานมาทำ หรือแม้แต่นั่งปล่อยใจสบาย ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็สุดแล้วแต่ แต่ที่แน่ ๆ คือเจ้าของบ้านใจดีเขาเปิดประตูให้เข้าไปเพลินกันได้ทุกวัน
เพราะในห้วงความฝันหลายคนคงเคยรู้สึกอยากมีบ้านที่มีศาลานั่งเล่นอยู่ริมน้ำ ไว้นั่งเล่นผ่อนคลายยามได้หยุดพักจากการงาน
ถึงความฝันดังว่าจะไม่กลายเป็นจริง (เสียที) แต่วันนี้ก็มีเรือนไม้ริมคลอง ที่ชื่อ "บ้านศิลปิน" มาทำให้เราได้สัมผัสกับภาพฝันที่ว่าชนิดจับต้องได้จริง แถมยังไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไปไหนไกล เพราะ บ้านศิลปิน แฝงตัวอยู่ในย่านชุมชนริมคลองใจกลางบางกอกนี่เอง แต่กลับให้อารมณ์กลิ่นอายของความเป็นบ้านในชนบท ได้อย่างที่มนุษย์ตึกคอนกรีตอย่างเรา ๆ อดแปลกใจไม่ได้
คลองสายนี้ก็คือ คลองบางหลวง ฟังแล้วอาจนึกไม่ออกว่าในกรุงเทพมีคลองชื่อนี้ด้วยหรือ?? ถ้าบอกว่าก็คือคลองสายเดียวกันกับ คลองบางกอกใหญ่ นั่นล่ะ ทีนี้หลายคนคงจะร้องอ๋อกันขึ้นมาบ้าง คลองสายนี้กับคลองบางกอกน้อย แต่เดิมก็คือแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม แต่ด้วยความที่เป็นช่วงที่แม่น้ำไหลโค้งอ้อม ทำให้เรือเสียเวลาเดินทางมาก สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์อยุธยา ก็เลยโปรดฯ ให้ขุดคลองลัดขึ้น ตอนหลังคลองที่ขุดลัดก็ถูกน้ำเซาะขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นแม่น้ำสายหลัก ที่เราเห็นอยู่ช่วงแถว ๆ หน้า ม.ธรรมศาสตร์ ตรงนั้นล่ะแต่เดิมเป็นแค่คลองขุด ส่วนแม่น้ำสายเดิมก็ค่อย ๆ แคบตื้นเข้าจนกลายเป็นคลองไป
แล้วที่มาเรียกชื่อว่า คลองบางหลวง ก็คาดกันว่า น่าจะกร่อนมาจากคำว่า คลองบางข้าหลวง เพราะสมัยแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรี ทางฟากนี้ยังเป็นเมืองหลวง แล้วก็มีบรรดาขุนนาง ข้าราชการ มาผูกแพตั้งบ้านเรือนกันอยู่ตามแนวคลองแถบนี้กันมาก
ถ้าสนใจอยากมาเยี่ยมบ้านศิลปินกัน ที่นี่เปิดให้มาเยือนได้ทุกวันไม่มีวันหยุด แต่ละวันอาจจะเปิดเร็วปิดช้าไม่เท่ากันบ้างแต่ที่แน่ ๆ คือ ช่วง 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นของทุกวัน บ้านเปิดแน่ ๆ
ส่วนถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เปิดเร็วขึ้นอีกนิด ปิดช้าลงอีกหน่อย เป็น 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม เรียกว่าเพิ่มเวลาให้มานั่งเล่นอ้อยอิ่งกันในวันหยุดได้นานขึ้น
แต่ที่เพิ่งมีเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 แล้วก็ดึงดูดให้คนมาที่บ้านศิลปินกันคึกคัก เห็นจะเป็นการแสดงหุ่นละครเล็ก ที่มาเล่นให้ชมกันฟรี ๆ ตอนบ่าย 2 โมงของทุกวัน จะมีเว้นก็แค่วันพุธวันเดียว แล้วถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยังมีเพิ่มรอบ 11.30 น. อีกรอบให้ด้วย
การเดินทางไปบ้านศิลปิน
ทางเข้าจะเลือกเข้าได้ทั้งจากด้านถนนจรัญสนิทวงศ์ แล้วก็ถนนเพชรเกษม
สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลือกสละความสะดวกส่วนตัวให้โลกได้สบาย ด้วยการไม่ขับรถมา
แนะนำว่าให้เข้ามาทางซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 จะสะดวกที่สุด
แนะนำว่าให้เข้ามาทางซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 จะสะดวกที่สุด
ซอยนี้จะอยู่ตรงข้ามกับวัดท่าพระพอดิบพอดี
รถเมล์สายที่ผ่านปากซอยก็จะมีหลายต่อหลายสาย
57 วงกลมธนบุรี - สายใต้ใหม่
68 อู่แสมดำ - บางลำพู
80 วัดศรีนวลธรรมวิมล - สนามหลวง
81 พุทธมณฑลสาย 5 - เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า
91 หมู่บ้านเศรษฐกิจ - สนามหลวง
108 เดอะมอลล์ท่าพระ - แยกรัชโยธิน
146 วงกลมบางแค - ถนนวงแหวนรอบนอก
157 อ้อมใหญ่ - หมอชิตใหม่
171 เคหะธนบุรี - หมู่บ้านนักกีฬา
175 ตลาดพลู - อตก.3
509 หมอชิต 2 - บางแค
542 อนุสาวรีย์ชัย - วงเวียนใหญ่ - สายใต้ใหม่
ปอ.พ.10 บางกะปิ - หมู่บ้านเศรษฐกิจ
68 อู่แสมดำ - บางลำพู
80 วัดศรีนวลธรรมวิมล - สนามหลวง
81 พุทธมณฑลสาย 5 - เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า
91 หมู่บ้านเศรษฐกิจ - สนามหลวง
108 เดอะมอลล์ท่าพระ - แยกรัชโยธิน
146 วงกลมบางแค - ถนนวงแหวนรอบนอก
157 อ้อมใหญ่ - หมอชิตใหม่
171 เคหะธนบุรี - หมู่บ้านนักกีฬา
175 ตลาดพลู - อตก.3
509 หมอชิต 2 - บางแค
542 อนุสาวรีย์ชัย - วงเวียนใหญ่ - สายใต้ใหม่
ปอ.พ.10 บางกะปิ - หมู่บ้านเศรษฐกิจ
ถ้านั่งรถมาจากทางด้านแยกท่าพระ ให้ลงรถที่ป้ายหน้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 1/1 หรือสังเกตง่าย ๆ ว่าป้ายจะอยู่ตรงพ้นจากทางขึ้นอุโมงค์ลอดแยกท่าพระมานิดเดียว
ส่วนถ้านั่งรถมาจากทางด้านปิ่นเกล้า ให้ลงป้ายหน้าวัดท่าพระ ตรงนั้นจะเป็นซอยจรัญสนิทวงศ์ 4 เวลานั่งรถมาพอเห็นโรงเรียนเทคโนโลยีสยามก็กดกริ่งเตรียมลงป้ายหน้าได้เลย
บ้านพิพิธภัณฑ์พุทธมณฑลสาย 2
บ้านพิพิธภัณฑ์ คือบ้านที่รวบรวมของโบราณควรค่าแก่การอนุรักษ์ต่างๆภายใต้้แนว ความคิด"เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า" ๆหากเราได้มาเดินชมในบ้านพิพิธภัณฑแห่งนี้สิ่งที่ได้คือความสุขความทรงจำดีๆ ในอดีต ที่ได้เคยสัมผัส ได้หวนกลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้งในวันนี้
คำบอกเล่าของวรรณา นาวิกมูล ภรรยาเอนก นาวิกมูล ผู้ดูแลบ้านพิพิธภัณฑ์ สถานที่ซึ่งรวบรวมความทรงจำและ ของใช้ใกล้ตัวเมื่อวัยเยาว์ เดิมบ้านพิพิธภัณฑ์ชื่อ "พิพิธภัณฑ์เด็ก" ใช้เก็บของเล่นและสิ่งของวัยเด็ก ต่อมาคุณเอนก และเพื่อนๆอาสาสมัครที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ร่วมจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยใช้ชื่อบ้านพิพิธภัณฑ์ เมื่อ เกือบ สิบปีที่แล้ว ตอนแรกก่อนเป็นบ้านพิพิธภัณฑ์ เริ่มคิดสร้างเพียงโกดังไว้เก็บของสะสมที่ได้รับมาตลอด 10 ปี เพราะกลัวของหาย แต่กลัว ว่าบรรยากาศจะแห้งแล้งไม่น่าชม จนกลายเป็นห้องแถว 3 ชั้น และปรับปรุงจนกลายเป็นบ้าน พิพิธภัณฑ์ ที่ตก แต่งอย่างลงตัวบนพื้นที่ 116 ตารางวา โดยรวบรวมสิ่งของต่างๆ โดยเรื่องราวที่จัดแสดง คือวิถีชีวิตชาวตลาด ชาวเมืองในยุค 2500 รวมถึงยุคใกล้เคียง ของที่จัดแสดง ส่วนใหญ่มาจากการบริจาค อีกส่วนหนึ่งมาจากการซื้อ ด้วยเงินรายได้เท่าที่พอมี เพื่อให้มีของแปลกๆ มาเสริมให้ผู้ชมได้ดูของมากขึ้นเหตุที่จัดทำบ้านพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา ก็เพราะเห็นว่าของจำนวนมากถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่เราไม่สามารถหาชมของจำพวกนี้ เช่น ตู้โต๊ะ ตั่งเตียง สวยๆ, แบบเรียน,ป้ายโฆษณา,ขวดน้ำอัดลม, แก้วน้ำ, ชามก๋วยเตี๋ยว, กล้องถ่ายรูป, ของแถม,ของเล่น, กระบอกเสียง ฯ
การเดินทางไปบ้านพิพิธภัณฑ์
ให้ใช้ ถ. บรมราชชนนีขาออก พอเลยบริเวณที่ตัดกับ ถ. กาญจนาภิเษก (ถ. วงแหวนที่แยกซ้ายไปบางแค แยก ขวาไปบางบัวทอง) มาแล้ว ให้ชิดซ้ายออกทางคู่ขนาน วิ่งไปลอดใต้สะพานต่างระดับ ถ. พุทธมณฑลสาย 2 แล้ว ลอดมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานต่างระดับ (จะมีป้ายสีเขียวของ กทม. ชี้ทางไปบ้านพิพิธภัณฑ์) ขึ้นสะพานมา แล้วใช้ช่องกลาง แล้วขับตรงมาตลอด จนถึงช่วงที่ถนนแคบเข้ามาเป็นสองเลนสวนกัน เลยมาเล็กน้อย เลี้ยวซ้าย เข้า ถ. ศาลาธรรมสพน์ (มีป้ายบอกทางแขวนมากลางถนน บอกว่าทางลัด ทวีวัฒนา- ศาลายา) ตรงมา 200 เมตร จะเจอป้ายบ้านพิพิธภัณฑ์ให้เลี้ยวซ้ายเข้ามาในซอยคลองโพ 2
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น